บันทึกในวันที่ติด COVID-19

วันนี้เป็นวันที่ 3 แล้วที่มาอยู่ hospitel นอกจากนอน ทะเลาะกับก๊อกน้ำร้อนเย็นในห้องพักแล้วก็ว่างมากเลยมาเขียนบันทึกไว้ดีกว่า ยาวหน่อย แต่อยากเก็บไว้อ่านเองด้วย

ของบ้านเราคือ แม่เป็นเริ่มมีอาการคนแรก เริ่มจากการปวดตัว แล้วมีอาการเหมือนหวัด จากนั้นถึงไม่ได้กลิ่น และไม่รู้รส

ของเรามีอาการหลังแม่2วัน เราเริ่มจากตื่นนอนมา เจ็บคอ ไข้ขึ้น ปวดหัว คืออาการเหมือนเวลาเป็นไข้หวัดปกติเราเลยกินยาลดไข้ พอกินยาไข้ก็ลด แต่ไข้ก็จะกลับมาตอนก่อนนอน เป็นอย่างนี้2 วัน จนวันที่3 เริ่มไม่มีไข้อาการเหมือนจะหาย แต่ตอนเย็นดันเริ่มไม่ได้กลิ่น วันที่4 คือทั้งไม่ได้กลิ่น และไม่รู้รสคู่กันไปเลย (ไม่รู้รสของเราคือ เหมือนจะยังรู้รสหวาน เค็ม เผ็ด เปรี้ยว แต่รสชาติของที่กินคือจะไม่เหมือนเดิมเลย มันจะเพี้ยนไปหมด ออกไปทางไม่รู้รสว่านี่คืออร่อยมั้ย โค้กคือรสขาติน้ำเปล่า ที่เหมือนเอาน้ำตาลมาละลายใส่)

พอไม่ได้กลิ่นแล้ว เราก็พยายามหาที่ตรวจอยู่2 วันเอาแบบที่เป็นรพ.เพื่อที่จะได้มีที่รองรับการรักษาเผื่อกรณีที่แย่ที่สุดคือเป็น สรุปว่าหาไม่ได้เลย ลงของวิภาวดีก็ไม่ได้รับการติดต่อ จนพี่เราเริ่มมีอาการหวัดอีกคน เลยไม่ไหวแล้ว หาแลปไปตรวจเลยดีกว่า
ตั้งแต่ที่แม่และเราเริ่มมีอาการ ก็ใส่หน้ากากอยู่บ้านตลอดเวลา

สรุปได้ตรวจวันที่2 กค. ผลออกตอนบ่ายว่าติดทั้ง 3 คน เลยส่งพ่อกับน้องไปตรวจด้วย ตอนเย็นถึงรู้ว่าติดกันทั้งบ้าน และด้วยความที่ๆตรวจเป็นแลปทำให้ไม่สามารถส่งตัวต่อให้รพ.ได้ เราเลยต้องหาที่รักษาเอง ซึ่งหายากลำบากมาก

คำถาม1 คือ เราติดมาจากไหน – คือไม่รู้เลย
บ้านเราระวังตัวกันมากๆ เพราะยังต้องไปหายายที่อายุ 95 อยู่ทุกอาทิตย์ ปกติที่บ้านจะไม่ไปไหนเลย แต่ประมานช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา มีต้องไปซื้อของทำบ้านบ้าง ที่บุญถาวรและโฮมโปร ซึ่งถ้าต้องออกนอกบ้านจะใส่หน้ากาก kf94ตลอด ล้างมือบ่อยจนเปื่อย ที่บ้านไม่กินข้าวนอกบ้านเลยครั้งสุดท้ายคือวันเกิดเรา 8 มีนา ของทุกชิ้นที่ซื้อเข้าบ้าน จะต้องล้างหรือเช็ดด้วยแอลกอฮอลทุกครั้ง ผักผลไม้ยังต้องล้างด้วยเบกกิ้งโซดา เรียกได้ว่าทำทุกอย่างแล้วที่คนๆนึงจะระวังตัวเองได้ แต่สุดท้ายบ้านเราก็ติด

วัคซีนบ้านเรามีคิวจะได้ฉีดซิโนฟาร์มวันที่5 กค แล้ว แต่ดันป่วยสะก่อน ซวยซ้ำซวยซ้อนจริงๆ ขวนขวายหาทางช่วยเหลือดูแลตัวเองทุกอย่างแล้ว เสียเงินแล้วทำทุกทางแล้วก็ยังไม่รอด

ก่อนหน้าที่เราจะได้มาที่ hospitel เราติดต่อทุกช่องทางที่จะสามารถหาเตียงรักษาได้ ทุกเบอร์ที่เราติดต่อไปรู้เลยว่าเค้าตั้งใจที่จะช่วยเหลือผู้ป่วยทุกคนมากๆๆๆ แต่เนื่องจาก “เตียงเต็ม” จะกี่ที่ๆก็เตียงเต็ม ทำให้รู้เลยว่าไม่ใช่ว่าคนทำงานเค้าไม่เก่ง แต่ข้อจำกัดทางการแพทย์ของประเทศเราคือเยอะมากๆ เค้าตั้งใจ มุ่งมั่นกันเต็มที่แต่ทรัพยากรมันไม่พอจริงๆ

คำถามคือ ประเทศเราอยู่กับโควิดมาจะ 2 ปีแล้ว ทำไมรัฐถึงยังไม่เตรียมความพร้อมที่จะรับมือ หรือทำไมยังแก้ไขปัญหานี้ไม่ได้ วัคซีนที่บอกว่าดีที่สุดคือเร็วที่สุด สุดท้ายมันดีจริงมั้ย ละทำไมผู้ป่วยยังล้นรพ. หมอพยาบาลทำไมยังติดโควิดจากผู้ป่วย ?

สุดท้ายท่ามกลางความเฮงซวยของชีวิตและและการจัดการโควิดของรัฐบาลชุดนี้ ต้องขอขอบคุณความช่วยเหลือจากพี่ๆน้องๆทุกคนมากๆนะคะ ❤️ ตัวเราไม่ได้มาโพสถามเองในเฟส แต่ก็ยังมีเพื่อนๆช่วยแชร์ให้ ขอบคุณทุกคนจากใจจริงๆนะคะ 💕 และทุกหน่วยงานที่โทรมาสอบถาม พยายามช่วยเหลือเต็มที่พี่ๆน่ารักมากๆค่ะ

ที่โมโหมากๆไม่ใช่แค่ว่าตัวเราติดบ้านเราติด แต่คือยายเราก็ติดไปด้วย ขนาดยายอายุ 95 ติดยังหาเตียงลำบาก กลัวยายจะเป็นอะไรมาก บ้านเราคือต้องวุ่นวายและต้องอยู่กับความหวาดกลัวว่ายายจะโอเคมั้ย จนกว่ายายจะหายป่วยออกมา 14 วันต่อจากนี้คือความทรมานที่จะต้องรอหมอติดต่อมารายงานว่ายายจะเป็นยังไงบ้าง หมอบอกว่าต้องลุ้นอาการยายเพราะยังไม่ถึงจุดที่พีคที่สุดของอาการโควิด😢

ถ้าการเมืองมันดี เราคงมีวัคซีนดีๆฉีด แบบที่มันจะสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ได้จริงๆ ผู้ป่วยต้องได้รับการรักษาทุกคนไม่ใช่มีเคสป่วยตายคาบ้านออกมาทุกวัน ใครที่จนถึงทุกวันนี้แล้ว ยังคิดไม่ได้ ยังเข้าข้าง ยังเชียร์รัฐบาลชุดนี้ เพียงเพราะว่าตัวเองไม่ได้เดือดร้อน ก็ไม่ขออะไรมากนะคะ ขอให้ได้เจอกับตัวค่ะ ขอให้ได้รอการช่วยเหลือแล้วได้สัมผัสเอง แล้วจะได้รู้ว่ารัฐบาลนี้มันเฮงซวยขนาดไหน เผื่อจะได้มีโอกาสตาสว่างบ้างนะคะ สาธุค่ะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *